การเรียน

staccato

รู้จักเครื่องหมาย “Staccato” ในโน้ตดนตรีกันค่ะ!

รู้จักเครื่องหมาย “Staccato” ในโน้ตดนตรีกันค่ะ! By  Thai Pianist, 2 March 2025 Staccato คืออะไร เครื่องหมาย staccato ในโน้ตดนตรี คือเครื่องหมายที่บอกให้เล่นโน้ตนั้นๆ ให้สั้นและกระชับ โดยการทำให้เสียงของโน้ตสั้นลงและมีการหยุดเสียงอย่างรวดเร็ว เครื่องหมาย staccato จะถูกแสดงเป็นจุดเล็กๆ วางไว้เหนือหรือล่างของโน้ต เมื่อโน้ตมีเครื่องหมาย staccato จะทำให้โน้ตนั้นมีความรู้สึกที่กระชับและแยกออกจากโน้ตอื่นๆ ซึ่งสร้างความแตกต่างในการเล่น ทำให้มีอารมณ์ที่ชัดเจนและสดใสมากขึ้นนั่นเองค่ะ โน้ตดนตรียังมีเครื่องหมายต่างๆ อีกมากให้เรียนรู้ เพื่อให้สามารถแสดงบทเพลงตามเจตนาของนักแต่งเพลงได้อย่างถูกต้องครบถ้วนนั่นเองค่ะ สนใจเรียนดนตรีกับ Thai Pianist สอบถามเพิ่มเติมติดต่อ 094-4539422 หรือ 089-6792835หรือแอดเป็นเพื่อนกับเราได้ที่ Line: @thaipianist Facebook Instagram Youtube บทความที่เกี่ยวข้อง ทฤษฎีดนตรีใดบ้างที่ควรรู้เมื่อเริ่มเรียนดนตรี Thai PianistFebruary 28, 2025 เช็กอย่างไรดีว่า… เราเผลอคาดหวังในตัวลูกสูงเกินไปไหม? Thai PianistFebruary 21, 2025 ทำอย่างไร? ถ้าเด็กๆ […]

รู้จักเครื่องหมาย “Staccato” ในโน้ตดนตรีกันค่ะ! Read More »

music theory

ทฤษฎีดนตรีใดบ้างที่ควรรู้เมื่อเริ่มเรียนดนตรี

ทฤษฎีดนตรีใดบ้างที่ควรรู้เมื่อเริ่มเรียนดนตรี By  Thai Pianist, 28 February 2025 ทฤษฎีดนตรีคือพื้นฐานสำคัญในการต่อยอดทางดนตรี ทฤษฎีดนตรีเป็นพื้นฐานที่สำคัญในการเรียนรู้และเล่นดนตรี ซึ่งจะช่วยให้เราเข้าใจโครงสร้างและการทำงานของเสียงในดนตรีได้ดียิ่งขึ้น นี่คือลิสต์ของทฤษฎีดนตรีที่ควรรู้ค่ะ โน้ตและคีย์ (Notes and Keys): โน้ต (Notes): โน้ตในดนตรีมี 7 ตัว ได้แก่ C, D, E, F, G, A, B ซึ่งจะวนกลับไปที่ C อีกครั้ง คีย์ (Key): คีย์หมายถึงการที่เพลงตั้งอยู่ในโน้ตหลัก (เช่น คีย์ C หรือคีย์ G) ซึ่งจะกำหนดการใช้โน้ตต่างๆ ในเพลง คอร์ด (Chords): คอร์ดคือการเล่นหลายโน้ตพร้อมกัน เช่น คอร์ด C จะประกอบด้วยโน้ต C, E, และ G คอร์ดที่ใช้บ่อย ได้แก่ คอร์ดเมเจอร์

ทฤษฎีดนตรีใดบ้างที่ควรรู้เมื่อเริ่มเรียนดนตรี Read More »

high expectation

เช็กอย่างไรดีว่า… เราเผลอคาดหวังในตัวลูกสูงเกินไปไหม?

เช็กอย่างไรดีว่า… เราเผลอคาดหวังในตัวลูกสูงเกินไปไหม? By  Thai Pianist, 21 February 2025 การคาดหวังที่เหมาะสมจะช่วยให้ลูกไม่รู้สึกเครียด หรือกดดันเกินไป การเช็กว่าคุณคาดหวังในตัวลูกสูงเกินไปหรือไม่ สามารถทำได้หลายวิธีที่ช่วยให้คุณเข้าใจและประเมินได้ว่าเป้าหมายและความคาดหวังของคุณนั้นเหมาะสมหรือไม่ ดูที่การตอบสนองของลูกหากลูกรู้สึกเครียดหรือวิตกกังวลมากเกินไปเมื่อเผชิญกับความคาดหวัง อาจเป็นสัญญาณว่าคุณคาดหวังมากเกินไปดูว่าลูกมีความสุขกับสิ่งที่ทำอยู่หรือไม่ ถ้าลูกแสดงออกถึงความเบื่อหน่ายหรือไม่มีความสนุกในการทำสิ่งที่คุณคาดหวัง อาจจะบ่งบอกว่าความคาดหวังนั้นมากเกินไป ประเมินตามอายุและพัฒนาการของลูกคำนึงถึงวัยและพัฒนาการของลูกว่าพร้อมที่จะทำตามความคาดหวังนั้นหรือไม่ เช่น การคาดหวังให้ลูกทำงานหรือเรียนรู้ในระดับที่ยากเกินไปเมื่อเทียบกับวัยของเขาลูกแต่ละคนมีการพัฒนาและความสามารถที่แตกต่างกัน ความคาดหวังที่เหมาะสมต้องสอดคล้องกับพัฒนาการของลูก ถามตัวเองว่าเราคาดหวังเพื่ออะไรการคาดหวังในตัวลูกควรมีจุดมุ่งหมายเพื่อช่วยพัฒนาลูกให้ดีขึ้น ไม่ใช่เพื่อความพึงพอใจของผู้ปกครองเพียงอย่างเดียวถามตัวเองว่าเราต้องการให้ลูกประสบความสำเร็จในเรื่องนั้นๆ เพราะประโยชน์ของลูกเองหรือเพราะคาดหวังจากการเปรียบเทียบกับคนอื่น ฟังความคิดเห็นจากลูกลองเปิดใจพูดคุยกับลูกเกี่ยวกับความรู้สึกของเขา ความคิดเห็นหรือความต้องการของลูกสำคัญมาก เพราะเขาคือผู้ที่ต้องเผชิญกับความคาดหวังให้ลูกมีโอกาสแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเป้าหมายที่คุณตั้งให้ เขาจะได้แสดงออกถึงสิ่งที่เขารู้สึกว่าเหมาะสมหรือไม่ เปรียบเทียบกับการคาดหวังในตัวลูกในอดีตทบทวนดูว่าเป้าหมายและความคาดหวังของคุณมีการเปลี่ยนแปลงตามช่วงวัยและพัฒนาการของลูกหรือไม่ หากคุณตั้งมาตรฐานที่สูงเกินไปตั้งแต่ต้น อาจเป็นสัญญาณที่แสดงว่าเป็นการคาดหวังที่มากเกินไป สำรวจผลลัพธ์จากความคาดหวังดูว่าความคาดหวังของคุณนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ดีต่อการพัฒนาของลูกหรือไม่ เช่น ลูกมีการพัฒนาทักษะที่ดีขึ้น มีความมั่นใจในตัวเอง หรือเป็นการทำลายความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับลูกหากลูกไม่มีความสุขหรือไม่สามารถบรรลุความคาดหวังนั้นได้ และเกิดปัญหาในการเรียนรู้หรือการพัฒนา ควรพิจารณาปรับเป้าหมายให้เหมาะสม ตั้งเป้าหมายที่ยืดหยุ่นการตั้งเป้าหมายที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์จะช่วยลดความกดดันและช่วยให้ลูกมีความรู้สึกว่ามีพื้นที่ในการเติบโตความคาดหวังควรเป็นเรื่องที่กระตุ้นการพัฒนาโดยไม่ต้องถูกจำกัดด้วยความสมบูรณ์แบบหรือความสำเร็จที่ไม่สามารถบรรลุได้ สำรวจความเป็นจริงของลูกคิดว่าลูกมีความสามารถและความสนใจในด้านใดบ้าง คาดหวังตามความสามารถที่แท้จริงของลูกโดยไม่ใช่การเปรียบเทียบกับคนอื่นหรือสิ่งที่คุณคิดว่า “ต้องทำได้”ให้ความสำคัญกับกระบวนการเรียนรู้มากกว่าผลลัพธ์สุดท้าย เพื่อให้ลูกเข้าใจว่าความพยายามและการพัฒนาตัวเองคือสิ่งสำคัญที่สุด หาความสมดุลระหว่างการสนับสนุนและการปล่อยให้ลูกมีอิสระคุณสามารถสนับสนุนลูกให้พัฒนาไปในทิศทางที่ดีได้โดยไม่ต้องตั้งความคาดหวังที่สูงเกินไป ซึ่งจะช่วยให้ลูกได้พัฒนาความมั่นใจในตัวเองและรู้สึกว่าการพัฒนาตัวเองเป็นเรื่องสนุก ให้ลูกมีความอิสระในการตัดสินใจและตั้งเป้าหมายด้วยตัวเองบ้าง เพื่อให้เขารู้สึกมีส่วนร่วมในกระบวนการ การคาดหวังที่เหมาะสมจะช่วยให้ลูกพัฒนาไปในทางที่ดี โดยไม่ทำให้เขารู้สึกกดดันหรือเครียดเกินไปค่ะ สนใจเรียนดนตรีกับ Thai Pianist สอบถามเพิ่มเติมติดต่อ 094-4539422 หรือ 089-6792835หรือแอดเป็นเพื่อนกับเราได้ที่

เช็กอย่างไรดีว่า… เราเผลอคาดหวังในตัวลูกสูงเกินไปไหม? Read More »

off key singing

ทำอย่างไร? ถ้าเด็กๆ เริ่มเสียความมั่นใจเพราะร้องเพลงเพี้ยน

ทำอย่างไร? ถ้าเด็กๆ เริ่มเสียความมั่นใจเพราะร้องเพลงเพี้ยน By  Thai Pianist, 17 February 2025 เทคนิคการเพิ่มความมั่นใจให้เด็กๆ เมื่อเด็กที่ร้องเพลงเพี้ยนสูญเสียความมั่นใจ การสนับสนุนและเสริมสร้างความมั่นใจให้กับพวกเขามีความสำคัญมาก วิธีที่คุณพ่อคุณแม่สามารถช่วยเสริมสร้างความมั่นใจให้กับเด็กได้มีอะไรบ้างนั้น มาดูกันค่ะ ชื่นชมความพยายาม: เน้นย้ำถึงความพยายามและความตั้งใจของเด็กในการร้องเพลง แม้ผลลัพธ์จะยังไม่เป็นที่น่าพอใจ การชื่นชมความพยายามจะช่วยให้เด็กเห็นคุณค่าในตัวเองและไม่ท้อถอย ให้กำลังใจและสนับสนุน: แสดงความเชื่อมั่นในความสามารถของเด็ก และสนับสนุนให้พวกเขาฝึกฝนต่อไป การมีผู้สนับสนุนที่เข้าใจและให้กำลังใจจะช่วยเสริมสร้างความมั่นใจให้กับเด็ก แนะนำการฝึกฝนเพิ่มเติม: แนะนำให้เด็กฝึกฝนเทคนิคการร้องเพลงเพิ่มเติม เช่น การฝึกหายใจ การควบคุมเสียง และการฟังโน้ต การฝึกฝนอย่างต่อเนื่องจะช่วยให้เด็กพัฒนาทักษะและลดความเพี้ยนในการร้องเพลง สร้างสภาพแวดล้อมที่เป็นบวก: สร้างสภาพแวดล้อมที่เด็กรู้สึกปลอดภัยและได้รับการยอมรับ การมีสภาพแวดล้อมที่ดีจะช่วยให้เด็กกล้าที่จะแสดงออกและพัฒนาตนเอง หลีกเลี่ยงการวิจารณ์ที่ทำลาย: หลีกเลี่ยงการวิจารณ์ที่ทำให้เด็กรู้สึกแย่หรือสูญเสียความมั่นใจ แทนที่ควรให้คำแนะนำที่สร้างสรรค์และเป็นกำลังใจ นอกจากนี้ การฝึกฝนเทคนิคการร้องเพลงเพิ่มเติม เช่น การฝึกหายใจ การควบคุมเสียง และการฟังโน้ต จะช่วยให้เด็กพัฒนาทักษะและลดความเพี้ยนในการร้องเพลงนั่นเองค่ะ สนใจเรียนดนตรีกับ Thai Pianist สอบถามเพิ่มเติมติดต่อ 094-4539422 หรือ 089-6792835หรือแอดเป็นเพื่อนกับเราได้ที่ Line: @thaipianist Facebook Instagram Youtube บทความที่เกี่ยวข้อง

ทำอย่างไร? ถ้าเด็กๆ เริ่มเสียความมั่นใจเพราะร้องเพลงเพี้ยน Read More »

shy kids

ทำอย่างไรดี? ถ้าเด็กไม่กล้ายกมือถามคุณครู

ทำอย่างไรดี? ถ้าเด็กไม่กล้ายกมือถามคุณครู By  Thai Pianist, 10 February 2025 การสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีมีผลเอื้อต่อการเรียนรู้ บทความนี้มีวิธีการช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีให้เด็ก เพื่อช่วยให้พวกเขากล้าที่จะถามตอบมากขึ้น จะมีอะไรบ้างนั้นมาดูกันค่ะ สร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย: คุณครูควรสร้างบรรยากาศในห้องเรียนที่ทำให้นักเรียนรู้สึกสบายใจในการตั้งคำถาม เช่น การชวนนักเรียนคิดบ่อยๆ และกระตุ้นให้นักเรียนตั้งคำถามผ่านข่าวสารหรือประเด็นที่มีข้อถกเถียง ทำให้การตั้งคำถามเป็นกิจกรรมที่สนุก: การเปลี่ยนการถาม-ตอบให้เป็นกิจกรรมที่สนุกสนาน เช่น การเล่นเกม “20 คำถาม” หรือ “ถามต่อ” จะช่วยให้นักเรียนรู้สึกสนุกและกล้าที่จะถามมากขึ้น ฝึกให้นักเรียนตั้งคำถามที่ชัดเจน: การฝึกให้นักเรียนรู้จักการตั้งคำถามที่ชัดเจนและตรงประเด็น จะช่วยให้พวกเขามีความมั่นใจในการถามมากขึ้น ให้เวลานักเรียนได้คิดคำตอบ: การให้เวลานักเรียนคิดก่อนที่จะถามคำถาม จะช่วยลดความกดดันและกระตุ้นให้เกิดคำถามที่มีคุณภาพ ให้กำลังใจและสนับสนุนเมื่อนักเรียนถาม: การให้กำลังใจและแสดงความสนับสนุนเมื่อนักเรียนถาม จะช่วยเพิ่มความมั่นใจในการถามของพวกเขา ไม่เร่งหรือบังคับนักเรียน: การให้โอกาสนักเรียนได้ถามเมื่อพวกเขาพร้อม จะช่วยให้พวกเขารู้สึกสบายใจและกล้าที่จะถามมากขึ้น สร้างแบบอย่างที่ดี: คุณครูควรเป็นแบบอย่างในการตั้งคำถามและแสดงความสนใจในความคิดเห็นของนักเรียน เพื่อกระตุ้นให้นักเรียนกล้าถามมากขึ้น การนำวิธีเหล่านี้ไปใช้ จะช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้และทำให้นักเรียนกล้าที่จะถามเมื่อไม่เข้าใจมากขึ้นนั่นเองค่ะ สนใจเรียนดนตรีกับ Thai Pianist สอบถามเพิ่มเติมติดต่อ 094-4539422 หรือ 089-6792835หรือแอดเป็นเพื่อนกับเราได้ที่ Line: @thaipianist Facebook Instagram Youtube

ทำอย่างไรดี? ถ้าเด็กไม่กล้ายกมือถามคุณครู Read More »

teacher affect children behavior

ครูมีผลต่อนิสัยเด็กอย่างไร?

ครูมีผลต่อนิสัยเด็กอย่างไร? By  Thai Pianist, 3 February 2025 ครูมีบทบาทสำคัญกับเด็ก ครูมีบทบาทสำคัญในการพัฒนานิสัยและพฤติกรรมของเด็ก โดยการกระทำและทัศนคติของครูสามารถส่งผลต่อการเรียนรู้และการเติบโตของเด็กในหลายด้าน ดังนี้: การสร้างความมั่นใจในตนเอง: ครูที่ให้การสนับสนุนและกำลังใจแก่เด็ก ช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นในตนเองและความภาคภูมิใจในความสามารถของตนเอง การเป็นแบบอย่างที่ดี: ครูที่ประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดี ทั้งในด้านกาย วาจา และใจ จะช่วยให้เด็กเรียนรู้และนำไปปฏิบัติในชีวิตประจำวัน การตอบสนองต่อพฤติกรรมของเด็ก: การตอบสนองต่อพฤติกรรมของเด็กอย่างเหมาะสม ช่วยให้เด็กเรียนรู้พฤติกรรมที่เป็นที่ยอมรับและพัฒนานิสัยที่ดี การลดความเครียดของครู: ความเครียดของครูสามารถส่งผลต่อพฤติกรรมและผลการเรียนรู้ของเด็กได้ ดังนั้น การจัดการความเครียดของครูจึงเป็นสิ่งสำคัญ การใช้เทคนิคการสอนที่เหมาะสม: ครูที่ใช้เทคนิคการสอนที่น่าสนใจและเหมาะสมกับวัยของเด็ก จะช่วยกระตุ้นความสนใจและการมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ การสร้างความสัมพันธ์ที่ดี: ครูที่มีความเข้าใจและใส่ใจในความรู้สึกของเด็ก จะช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดี ซึ่งส่งผลต่อการพัฒนานิสัยและพฤติกรรมของเด็กดังนั้น ครูจึงมีอิทธิพลอย่างมากต่อการพัฒนานิสัยและพฤติกรรมของเด็ก การปฏิบัติตนอย่างเหมาะสมและใส่ใจในความต้องการของเด็ก จะช่วยเสริมสร้างพัฒนาการที่ดีให้กับเด็กในทุกด้านนั่นเองค่ะ สนใจเรียนดนตรีกับ Thai Pianist สอบถามเพิ่มเติมติดต่อ 094-4539422 หรือ 089-6792835หรือแอดเป็นเพื่อนกับเราได้ที่ Line: @thaipianist Facebook Instagram Youtube บทความที่เกี่ยวข้อง อยากเรียนดนตรี แต่มีลูกเล็ก จะจัดการเวลาอย่างไรดี Thai PianistJanuary

ครูมีผลต่อนิสัยเด็กอย่างไร? Read More »

singing trained and untrained

เรียนร้องเพลง กับ ไม่เรียน ต่างกันอย่างไร?

เรียนร้องเพลง กับ ไม่เรียน ต่างกันอย่างไร? By  Thai Pianist,  8 December 2023 เพิ่มทักษะการร้องเพลง ผ่านการเรียน เป็นคำถามที่หลายคนสงสัย เมื่อรู้สึกว่า ตัวเองชอบร้องเพลง แต่ก็พอร้องได้อยู่แล้ว แล้วยังจำเป็นต้องเรียนอยู่หรือไม่? หรือเรียนไปแล้ว จะมีอะไรดีขึ้น บทความนี้ จะชวนทุกคนมาไขข้อสงสัยเรื่อง “การเรียนร้องเพลง” กันค่ะ การเรียนร้องเพลงนั้น มีหลายบทเรียนที่จะช่วยให้นักเรียนสามารถใช้เสียงได้เก่งยิ่งขึ้น และลดปัญหาต่างๆ ในการร้องเพลง เช่น เสียงไม่ถึง หมดพลัง ลมไม่พอ เป็นต้น รวมถึง การเพิ่มทักษะ การใช้ลูกคอ การร้องให้ไพเราะ และเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้นนั่นเองค่ะ สังเกตได้ว่า ผู้ที่เรียนรู้เพลงมา เบื้องต้นอย่างแรก คือการร้องเพี้ยนจะหมดไป นอกจากนี้ ยังสามารถร้องได้แตะโน๊ตสูง และต่ำ กว้างขึ้นกว่าที่เคยเป็นอยู่ หรือไม่ว่าเพลงไหน ก็ร้องไหวนั่นเองค่ะ นอกจากนี้การเรียนร้องเพลง ยังมีหลายสไตล์ตามที่เราต้องการ ไม่ว่าจะเป็นเพลงป๊อปทั่วไป เพลงที่ใช้พลังเสียงมากๆ เพลงสไตล์แจ๊ส บลู แร็ป และอื่นๆ

เรียนร้องเพลง กับ ไม่เรียน ต่างกันอย่างไร? Read More »

working mood

เปิดเพลงหรือนั่งเงียบๆ เวลาทำการบ้าน วิธีไหนดีกว่ากัน?

เปิดเพลงหรือนั่งเงียบๆ เวลาทำการบ้าน วิธีไหนดีกว่ากัน? By  Thai Pianist,  24 October 2023 มาสร้างบรรยากาศในการทำการบ้าน หรือทำงานกัน เชื่อว่าทุกคนต้องเคยมีความคิดว่า เวลาที่เราต้องตั้งใจทำอะไรซักอย่างที่ใช้สมาธิ เช่นการทำการบ้าน การทำงาน มักจะต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เงียบ เพื่อสร้างสมาธิให้ดีและคิดงานออกมากขึ้น แต่อันที่จริง ความคิดนี้อาจผิดถนัด! เพราะจากการวิจัยทั่วโลกค้นพบข้อเท็จจริงอันน่าอัศจรรย์ว่า “เสียงเพลง ช่วยเพิ่มสมาธิให้กับเราได้ดีมากและส่งผลให้การทำการบ้าน ทำงาน มีประสิทธิภาพมากขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ” นอกจากนี้ เสียงเพลง ยังทำให้เราสามารถรับมือกับสถานการณ์ที่มีแรงกดดันได้อีกด้วยค่ะ พนักงานที่ได้ฟังเพลงที่ชอบระหว่างทำงาน จะทำงานเสร็จเร็วกว่า ทั้งยังมีไอเดียดีๆ มากกว่าคนที่นั่งทำงานเงียบๆ อีกด้วย Teresa Lesiuk ผู้เชี่ยวชาญด้านดนตรีบำบัด กล่าวไว้ การสร้างสมาธินอกจากจะเป็นการเปิดเพลงคลอเบาๆ แล้ว ยังสามารถเป็นเสียงจากธรรมชาติ หรือเสียงพูดคุยเบาๆ รอบข้างในร้านกาแฟ ก็สามารถทำให้เราสร้างสมาธิได้ดีเช่นกัน ซึ่งสามารถบอกได้เลยว่า สภาวะความเงียบกริบ อาจไม่ใช่คำตอบในการสร้างประสิทธิภาพในการทำการบ้านที่แท้จริง ในการทำการบ้านรอบหน้าของเด็กๆ คุณพ่อคุณแม่อาจลองเปิดเพลงเบาๆ ไว้ใกล้ๆ เด็กๆ อาจได้รับผลลัพธ์ที่น่าสนใจ และมีความคิดสร้างสรรค์ หรือทำเสร็จเร็วขึ้นได้นั่นเองค่ะ สนใจเรียนดนตรีกับ Thai Pianist

เปิดเพลงหรือนั่งเงียบๆ เวลาทำการบ้าน วิธีไหนดีกว่ากัน? Read More »

life skills for kids

สอนทักษะชีวิตให้ลูกน้อย ต้องทำอย่างไร

สอนทักษะชีวิตให้ลูกน้อย ต้องทำอย่างไร? By  Kru Cindy Smart Melody, 22 October 2023 มาดูทักษะชีวิตที่ควรสอนเด็กๆ กัน เชื่อว่าคุณพ่อคุณแม่ทุกๆ บ้าน ต้องการเสริมสร้างทักษะต่างๆ ให้ลูกน้อยอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการศึกษา เรื่องร่างกาย กีฬา งานอดิเรก รวมถึง การใช้ชีวิตในสังคม เพื่อปูพื้นฐานให้แน่น เพื่อเติบโตอย่างมีคุณภาพที่สุด บทความนี้จึงอย่างมาเสนอแนวทางการสอนทักษะชีวิตให้ลูกน้อย ว่าคุณพ่อคุณแม่ควรทำอย่างไร ถึงจะช่วยให้เด็กๆ เติบโตไปได้อย่างมีคุณภาพได้บ้าง มาดูกันค่ะ 1- สอนลูกเรื่อง “การยอมรับความแตกต่างในบุคคล” คนทุกคนล้วนมีพื้นฐานต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องหน้าตา เพศ อายุ นิสัย สังคม วัฒนธรรมที่โตมา ซึ่งหากเด็กๆ สามารถเข้าใจจุดนี้ได้นั้น จะทำให้เขาสามารถอยู่ในสังคมได้อย่างคุณภาพแน่นอนค่ะ 2- สอนให้ลูกเข้าใจ “อารมณ์ของตัวเอง” ปัญหาหลายๆครั้งเกิดจากการที่ลูกๆ ไม่รู้จักอารมณ์ตัวเอง ว่าตอนนี้กำลังโกรธนะ กำลังมีความสุข หรือกำลังเศร้า หากเด็กๆ สามารถจับสังเกตอารมณ์ของตัวเองได้นั้น จะช่วยให้เขาสามารถควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้ ซึ่งเป็นทักษะที่ดีมากๆ และน้อยคนจะทำได้นั่นเองค่ะ

สอนทักษะชีวิตให้ลูกน้อย ต้องทำอย่างไร Read More »

childhood depression

ป้องกันอาการซึมเศร้าในเด็ก

ป้องกันอาการซึมเศร้าในเด็ก By  Kru Cindy Smart Melody, 6 September 2023 อาการซึมเศร้า สามารถเกิดได้กับทุกเพศ ทุกวัย อาการซึมเศร้า หรือโรคซึมเศร้า เกิดขึ้นกับผู้คนในยุคปัจจุบันมากกว่าปกติ ซึ่งโรคนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่กับผู้ใหญ่เพียงเท่านั้น แต่รวมถึงเด็กๆ ด้วย ซึ่งอาการที่เป็นสัญญาณบ่งบอกโรคร้ายนี้ สามารถสังเกตได้จาก เด็กๆ เริ่มเก็บตัว ไม่ค่อยพูดคุย เด็กๆ ขาดสมาธิในการเรียน เรียนไม่รู้เรื่อง เด็กๆ ร้องไห้ง่าย ร้องไห้บ่อยกว่าปกติ เด็กๆ ไม่ทานอาหาร น้ำหนักลดฮวบ เด็กๆ รู้สึกผิดและโทษตัวเองบ่อยครั้ง วิธีการป้องกันโรคนี้ ไม่ให้ลุกลามจนเกิดอันตรายในภายหลัง สามารถทำได้ดังนี้ค่ะ ทำกิจกรรมร่วมกับลูก ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ลูกชื่นชอบ พูดคุยกับเด็กๆ บ่อยๆ โดยเฉพาะเรื่องดีๆ สังเกตพฤติกรรม คุยกับคุณครู เพื่อให้ช่วยกันรับมือ สร้างความมั่นใจให้กับลูก ชมลูกแม้จะเป็นเรื่องเล็กๆ หากอาการหนัก ให้ปรึกษาจิตแพทย์เพื่อรักษาต่อไป เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามอย่างยิ่ง เพื่อการเติบโตของเด็กๆ ที่มีคุณภาพ และสามารถใช้ชีวิตร่วมกับสังคมได้นั่นเองค่ะ สนใจคอร์สพัฒนาการเด็ก คอร์สเรียนดนตรี

ป้องกันอาการซึมเศร้าในเด็ก Read More »