ความสัมพันธ์ของการเรียนดนตรีและการเรียน coding ที่พ่อแม่ควรรู้

By Thai Pianist, 18 January 2022

ดนตรีกับการเขียน coding คือเส้นขนานหรือทางแยก
‘ดนตรี’ กับ ‘coding’ อยู่ด้วยกันได้มั้ย
ถ้าให้ลูกเรียนทั้งสองอย่างจะสับสนหรือไม่ ?

ทั้งดนตรีและการเขียนโค้ด (coding) ต่างเป็นวิชาที่นิยมมากในปัจจุบัน เพราะโลกเปลี่ยนเร็ว การเรียนรู้ของน้อง ๆ ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในห้องเรียน แต่กระจายไปทุกแพลตฟอร์ม คุณพ่อคุณแม่ส่วนใหญ่จึงสนับสนุนให้น้อง ๆ เรียนทั้ง 2 วิชาเสริมนอกห้องเรียน

วิชาโค้ดดิ้ง ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา กลายเป็นวิชาสำคัญที่น้อง ๆ ควรเริ่มศึกษาให้เร็วที่สุด เพราะโลกของเราขับเคลื่อนด้วยระบบคอมพิวเตอร์ที่สั่งงานด้วยโค้ดเป็นภาษาคอมพิวเตอร์

วิชาดนตรี ก็นิยมไม่แพ้กัน เพราะเป็นทั้งความสามารถพิเศษ เสริมสมาธิ สนุก ไม่เครียด สร้างความสุขจากเสียงเพลง และช่วยให้น้อง ๆ เข้าใจเรื่องสุนทรียะ คุณพ่อคุณแม่หลายท่านจึงพาน้อง ๆ ไปเรียนพิเศษด้านดนตรี หรือเรียกครูดนตรีมาสอนที่บ้าน

อ่านถึงตรงนี้อาจจะงงว่า — 2 วิชานี้ดูไม่น่าจะไปด้วยกันได้ แล้วเชื่อมกันได้อย่างไร?

โค้ดดิ้งดูยากด้วยภาษาคอมพิวเตอร์ที่มีหลักการเยอะ เขียนผิดโปรแกรมก็รันไม่ได้ ส่วนดนตรีดูสนุก ผ่อนคลาย ทั้ง 2 วิชาดูเหมือนเป็น “ทางแยก” คนละทาง

แต่จริง ๆ มีจุดที่ทั้ง 2 วิชามาเจอกันลงตัว — ทั้งคู่มีระบบและรูปแบบที่ชัดเจน (formal system) เหมือนกัน — กฎ (rules), ไวยากรณ์ (Syntax), การใช้ตรรกะ (logic) อย่างโค้ดดิ้งต้องป้อนคำสั่งให้ถูกต้องถึงจะรันได้ ทางดนตรีเองก็ต้องจัดระเบียบตัวโน๊ตให้ถูกต้องเพื่อให้ได้เสียงไพเราะ

เพราะฉะนั้น ทั้ง 2 วิชาน่าจะเป็น “เส้นขนาน” ของกันและกันมากกว่า เพราะนอกจากจุดร่วมแล้ว ยังช่วยพัฒนาทักษะให้น้อง ๆ ได้ 4 ด้านสำคัญ

1) ทักษะการวางแผน

ทั้งเขียนโค้ดและเล่นดนตรีต้องวางแผนล่วงหน้าเสมอ ไม่งั้นบรรเลงเพลงไม่ออกหรือรันโปรแกรมไม่ผ่าน

2) ทักษะการคิด

นอกจากวางแผน ต้องระดมความคิดเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย เป้าของโค้ดดิ้งคือโปรแกรมรันได้ เป้าของดนตรีคือบรรเลงออกมาไพเราะ

3) ทักษะการให้เหตุผล

ทั้ง 2 วิชาใช้เหตุผล ไม่ใช่บรรเลงหรือเขียนตามใจ — กว่าจะทำงานเสร็จต้องใช้เหตุผลมากมาย เป็นทักษะสำคัญที่ใช้ได้กับวิชาอื่นด้วย

4) ทักษะการแก้ปัญหา

ปัญหาเกิดได้ทุกเมื่อ — เขียนโค้ดผิดต้อง debug แก้ ดนตรีก็มีคำว่า “the show must go on” คือไม่ว่าจะมีปัญหาอะไร ทุกอย่างต้องดำเนินจนสำเร็จ

สรุปแล้ว 2 วิชานี้เป็นเส้นขนานของกันและกัน เรียนเฉพาะวิชาใดวิชาหนึ่งก็ช่วยพัฒนาทักษะให้น้อง ๆ ได้ แต่ถ้าเรียนทั้งคู่ เส้นขนานทั้ง 2 เส้นอาจกลายเป็นเส้นทางที่สวยงามของน้อง ๆ ในอนาคต

สำคัญที่สุดคือ คุณพ่อคุณแม่อย่ากดดันน้อง ๆ มากเกินไป ให้น้อง ๆ สนุกกับทั้ง 2 วิชา จะเป็นการเล่นเกมก็ได้ — ปัจจุบันมีเว็บไซต์สอนโค้ดผ่านเกม และโปรแกรมอย่าง Sonic Pi ที่สอนเขียนโค้ดผ่านการสร้างบทเพลง น่าสนใจมาก

ถ้าคุณพ่อคุณแม่กำลังมองหาคุณครูดนตรีไปสอนน้อง ๆ ที่บ้าน Thai Pianist เป็นโรงเรียนเจ้าแรกในไทยที่สอนดนตรีถึงบ้าน เปิดสอนมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 รับสอนทั้งน้อง ๆ ตั้งแต่ 2.5 ขวบและผู้ใหญ่ ดูรายละเอียดคอร์สเรียนเปียโนสำหรับเด็กเล็กเพิ่มเติมได้

หากสนใจหาคุณครูไปสอนที่บ้านทั้งวิชา Coding และดนตรี สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ 061-9542244 หรือ 089-6792835
Line : @thaipianist

อ้างอิง
https://bit.ly/3GfbSaj
https://bit.ly/3HMMTeN
https://bit.ly/3JQfiCC

สอบถามข้อมูล